<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลิซ่า :  สร้างเสน่ห์ไทยให้โลกเห็นแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.64 - นายประสาร &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เผยแพร่ความเห็นเรื่อง &amp;quot;ลิซ่า : &amp;nbsp;สร้างเสน่ห์ไทยให้โลกเห็นแล้ว&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในวันนี้ ชื่อ ลลิษา มโนบาล หรือลิซ่า เด็กสาวบ้านนอกจากบุรีรัมย์ อายุเพียง 24 ปี &amp;nbsp;ชาวไทยที่มีผู้ติดตามเธอมากอยู่ในอันดับต้นของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เป็นเด็กอัจฉริยะที่เป็นทั้งนักร้อง แรพเปอร์ นางแบบ ศิลปิน และพรีเซนเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เธอไม่เพียงเป็นไอดอลของเยาวชนไทยเท่านั้น &amp;nbsp;เธอกลายเป็นไอดอลของวัยรุ่นหญิงทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เส้นทางสู่ฝันวันนี้ ไม่ใช่ความฟลุค ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็มาเจอ &amp;nbsp;แต่เป็นเรื่องของความพยายามส่วนตนอย่างยิ่งยวดของลิซ่า ประสานกับบริบทแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เธอประกายแสงความสามารถได้อย่างอัศจรรย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้วยวัยเพียง 14 ปี &amp;nbsp;เด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่งจากอ้อมอกพ่อแม่ ไปอยู่ในแดนต่างถิ่นเพียงลำพัง &amp;nbsp;บนแผ่นดิน ต่างภาษา &amp;nbsp;ต่างภูมิอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เธอต้องสละความสุขส่วนตัว ในช่วงชีวิตวัยรุ่นแบบเด็กทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เธอฝึกร้อง &amp;nbsp;ฝึกเล่น &amp;nbsp;ฝึกเต้น &amp;nbsp;ฝึกรำ &amp;nbsp;เป็นการกระทำซ้ำ วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า อย่างทรหดอดทน ใช้เวลาวันละ 8 -10 ชั่วโมง ต่อเนื่องกันถึง 6 ปี &amp;nbsp;เป็นหนึ่งในสี่ของวง Blackpinkสังกัดบริษัท YG &amp;nbsp;Entertainment &amp;nbsp;ของเกาหลีใต้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อัลบั้มเดี่ยวล่าสุด เป็น LALISA First Single Album ในชุดผ้าไทยที่ดีไซน์พิเศษเป็นท่าร่ายรำเทพอัปสรขึ้นสู่ปราสาทพนมรุ้ง โดยมีรัดเกล้ายอดสวมศีรษะ เป็นการนำเอาการแต่งกายแบบไทยที่ประณีตด้วยฝีมือช่างโบราณอย่างสร้างสรรค์ นำเสนอสู่สายตาชาวโลกอย่างอลังการผ่านมิวสิค วิดีโอ &amp;nbsp;โดยผ่านการฟ้อนรำของลิซ่า เพียงสัปดาห์เดียวได้รับยอดวิวทะลุ &amp;nbsp;160 ล้านคน นับเป็นที่ 1 ของเกาหลี &amp;nbsp;และเป็นที่ 2 &amp;nbsp;ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เด็กสาวที่มีแม่ชาวบุรีรัมย์ ชื่อ จิตทิพย์ &amp;nbsp;มีพ่อบุญธรรมชาวสวิสเป็นเชฟทำอาหาร &amp;nbsp;เป็นนักเรียนโรงเรียนประภามนตรี 2 &amp;nbsp;เป็นลูกศิษย์ของ ครูประภัสสร เทียนประเสริฐ และครูสุภาพรรณ ผลากรกุล &amp;nbsp;เป็นเด็กสาวที่รักบ้านเกิดเมืองนอน มีกตัญญุตาธรรมต่อพ่อแม่ ญาติ พี่น้อง รักพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;เธอใส่ชุดสีดำไว้ทุกข์ไปเข้าคิว เคารพพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;อย่างมีน้ำอดน้ำทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในคลิพรายการให้สัมภาษณ์วู๊ดดี้ &amp;nbsp;โชว์ ทาง TV 7 เธอแสดงออกถึงความผูกพันกับลูกชิ้น &amp;nbsp;ยืนกินที่ข้างสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เธออยากกลับไทยมาหาพ่อแม่ มากราบศพคุณตาคุณยาย ลีลาการตอบคำถามเห็นได้ว่าเธอเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนไม่ลืมกำพืดตนเอง ฉลาดใช้ถ้อยคำ ไม่ดัดจริต ไม่ใช่แบบที่เคยเห็นนางงามบางคนบอกว่า &amp;ldquo;รักเด็ก&amp;rdquo; ตอนที่มีไมค์ยื่นขอสัมภาษณ์หลังจากได้รับเลือกเป็นนางงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งก่อกระแส &amp;ldquo;ย้ายประเทศกันเถอะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ลิซ่าบอกว่า เธอมีความภูมิใจในความเป็นไทยและต้องการประกาศให้โลกรู้ว่าเธอคือคนไทย ( &amp;ldquo; I &amp;rsquo;m so proud that I &amp;rsquo;m &amp;nbsp; Thai and I want to show the world that &amp;nbsp;I am from Thailand &amp;rdquo; )
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นี่คือแบบฉบับของเด็กไทยที่ควรค่าแก่การศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ความสำเร็จของลิซ่า ต้องถือว่าเธอใช้ความพยายามส่วนตนอย่างมีมานะอดทน ท่ามกลางความยากลำบาก &amp;nbsp;นี่เป็นเหตุปัจจัยที่มีอานุภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อีกด้านหนึ่งนั้น เป็นที่รับรู้กันว่าต้นสังกัดของลิซ่า คือ YG Entertainment &amp;nbsp;เธอเป็นหนึ่งในสี่ของวง Blackpink &amp;nbsp;ธุรกิจเสื้อผ้า Celine ของฝรั่งเศส และเครื่องประดับ BVLGARI &amp;nbsp;ของอิตาลี แบรนด์เนมใหญ่ของโลก แต่งตั้งให้เธอเป็น Brand Ambassador ภายใต้บรรยากาศของเกาหลีใต้ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง หลังปี 2540 นั้น &amp;nbsp;เกาหลีใต้ เกือบล้มละลายทางเศรษฐกิจดุจเดียวกับประเทศอื่นๆ &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีใต้ คิดกันว่า ต้องผลิตรถยนต์ฮุนได ถึง 1,500,000 คัน เพื่อทำรายได้ให้เท่ากับภาพยนตร์จูราสสิคปาร์ค &amp;nbsp;ของฮอลลีวู๊ด &amp;nbsp;เพียงเรื่องเดียว &amp;nbsp;ดังนั้นแทนที่จะผลิตรถยนต์ &amp;nbsp;หรือ อุตสาหกรรมหนัก &amp;nbsp;เกาหลีใต้วางแผนยุทธศาสตร์ชาติด้วยการลงทุนด้านศิลปวัฒนธรรมบันเทิง เป็นอุตสาหกรรม &amp;nbsp;ให้เป็นรายได้หลักของประเทศ เขาทำวิจัย ศึกษารสนิยมชาวโลกแล้วผลิตงานออกมา แข่งกับอเมริกา &amp;nbsp;ญี่ปุ่น &amp;nbsp;ยุโรป &amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp; K- DRAMAS &amp;nbsp; เรื่อง แดจังกึม &amp;ndash; จอมนางแห่งวังหลวง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วง Girls &amp;rsquo; Generation &amp;nbsp; เพลงกังนัมสไตล์ &amp;nbsp;วง BTS &amp;nbsp;วง Blackpink &amp;nbsp; มีเพลงแบบ K &amp;nbsp;Pop มากมายกลายเป็น Korea Wave ระบาดไปทั่วโลก รวมทั้งหนังเกาหลีใต้เรื่อง Parasite ที่คว้ารางวัลออสการ์ ของโลก ปี 2020 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพแวดล้อมของเกาหลีใต้ ที่วางแผนยุทธศาสตร์สร้างชาติด้วยงานศิลปวัฒนธรรมและการบันเทิง เช่นนี้ ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นเวทีแห่งการบ่มเพาะ กล่อมเกลา และเติบโตของเด็กไทยคนหนึ่ง &amp;nbsp;หากช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย คำถามคือ จะมีเวทีให้เธอแสดงความสามารถโดดเด่นระดับโลกได้ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหา คือ &amp;ldquo;ลิซ่าปรากฏการณ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ได้ทำทางให้ประเทศไทย เป็นที่รู้จักของโลกได้เช่นนี้แล้ว รัฐบาลไทย &amp;nbsp;หน่วยราชการไทย &amp;nbsp;สังคมไทย จะสามารถทำให้ ศิลปวัฒนธรรมและการบันเทิงของไทยที่มีต้นทุนอันหลากหลาย อุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพมหาศาล &amp;nbsp;เกิดมหาคุณูปการต่อประเทศ ชาติได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเคยมีละครทีวี เรื่อง บุบเพสันนิวาส ที่คนไทยพากันส่งเสียง &amp;ldquo;ออเจ้า&amp;rdquo; กันทั้งประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการแต่งชุดไทยกันเกลื่อนกลาด &amp;nbsp;คนไทยไปชมวังสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ลพบุรีกันเหมือนมีมหกรรมใหญ่ที่นั่น &amp;nbsp;แต่แล้วก็กลายเป็นกระแสวูบวาบเพียงชั่วระยะละครกำลังแพร่ภาพ &amp;nbsp;บัดนี้ไม่มีบรรยากาศนั้นอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครเดินทางไปเกียวโต &amp;nbsp;เมืองเก่าของญี่ปุ่น จะรู้สึกได้ทันทีถึงกลิ่นอายความก่อนเก่าของศิลปวัฒนธรรม ทั้งอาหาร การแสดง และการแต่งกาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครไปอังกฤษ ก็ต้องไปดูละครเพลงอันลือลั่นของโลก จากบทประพันธ์ยอดเยี่ยมของ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วิคเตอร์ ฮูโก &amp;nbsp;ชื่อ Les Miserables ซึ่งเปิดแสดงซ้ำมาแล้ว 36 ปี &amp;nbsp;และไปเปิดการแสดงในหลายประเทศ คนทั่วโลก 60 ล้านคนได้ดูละครเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครไปกรุงฮานอย เวียดนาม &amp;nbsp;ต้องไปเข้าคิวซื้อตั๋วดูการแสดงหุ่นกระบอกน้ำที่ฮานอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ของไทยเราจะดูโขนได้ที่ไหน สะล้อซอซึง หมอลำ ลำเพลิน จะดูได้ที่ไหน ลำตัดเพลงฉ่อยเปิดแสดงที่ไหน หนังตะลุงมโนราห์ จะไปหาดูที่ไหนได้ &amp;nbsp;นอกจากในงานบุญ หรือเทศกาลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลิซ่าปรากฏการณ์ &amp;nbsp;คือเหงื่อแรง และความพยายามของเด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่ง โดยอาศัยบริบทแวดล้อมของเกาหลีใต้ที่มีการบริหารจัดการ ทำให้เธอผงาดขึ้นมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะขยายผลปรากฏการณ์นี้เชิงระบบอย่างไร ให้เกิดยุทธศาสตร์ และวิธีการที่จะทำให้คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม การบันเทิง รวมถึงศักยภาพด้านอาหารของไทย กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่พลิกโฉมประเทศไทยได้ ดังที่เกาหลีใต้ทำมาแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสาร  มฤคพิทักษ์, ลลิษา มโนบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8ef9bcb223b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิษย์เก่าจุฬาฯ ออกบทความ &#039;รับน้องใหม่ต่างยุค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 &amp;nbsp;ก.ค.64 - นายประสาร &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ในฐานะศิษ์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;รับน้องใหม่ต่างยุค&amp;quot; ผ่าน www.thaipost.net โดยมีรายละเอียดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เขียนเป็นนิสิตจุฬาฯรุ่นปีเข้า 2510 &amp;nbsp;นับถึงวันนี้ คือ 54 ปีล่วงมาแล้ว เป็นนายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2513 &amp;nbsp;ถือเป็นคนโบราณ ระดับรุ่นพ่อรุ่นลุงของนิสิตนักศึกษายุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเห็นต่อไปนี้จึงอาจจะเป็นทัศนะของคนอนุรักษ์นิยมที่ก้าวไม่ทันจินตนาการของคนยุคใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเห็นข่าวเรื่อง คนสามคนโผล่หน้าออกมากล่าวถ้อยคำ ในวันปฐมนิเทศนิสิตใหม่จุฬาฯ ทุกคณะรุ่น 105 &amp;nbsp;เมื่อ 20 &amp;nbsp;กค. 64 โดยได้รับเชิญจากองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ผู้เขียนขอร่วมเวทีทัศนะด้วยคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เขียนรู้สึกสะเทือนใจต่อคำแนะนำของพวกเขาที่ชักชวนให้นิสิตใหม่ทั้งมวลแจกของลับให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย &amp;nbsp;โดยอ้างเหตุผลว่า นิสิตนักศึกษาเป็นประชากรส่วนมากที่มีตัวตน เป็นผู้จ่าย เงินให้ผู้บริหาร เป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย จึงต้องส่งเสียงดังและแรงให้เป็นที่รับรู้ของผู้บริหารและบุคคลอื่นที่เหนือขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือคำแนะนำอันสามานย์
นี่คือการใช้เสรีภาพที่ไร้สติ
นี่คือการก้าวล่วงและละเมิดสถาบันการศึกษาอย่างท้าทาย
นี่คือการหมิ่นแคลนหยามหยันและท้าทายชาวจุฬาฯทั้งมวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่เข้าใจได้ว่า พวกเขามีสิทธิเลือกที่จะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ในมหาวิทยาลัยที่เขาใช้อวัยวะเบื้องต่ำเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนจินตนาการของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริง สิ่งที่เขาแจก ควรให้กับหมู่พวกตนเองที่มีจิตสำนึกต่ำตมในระดับเดียวกันกับของแจก มากกว่าที่จะเอามาแจกกันต่อหน้าสาธารณะเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นนี้เสพติดปัญญาความรู้ จากอุปกรณ์ดิจิตอลจนไม่เห็นหัวครูบาอาจารย์ที่มีบุญคุณต่อคนรุ่นพ่อแม่ของเขา ต่อเนื่องมาจนถึงรุ่นพวกเขา &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่อาจเข้าใจได้ว่า หากเขาจะเนรคุณครูบาอาจารย์ เหตุใดจึงนำเชื้ออุบาทว์มาแพร่กระจายในสถาบันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสองรัชกาลทรงสถาปนาไว้เป็นคุณูปการทางการศึกษามหาศาลต่อแผ่นดินไทย สืบเนื่องมายาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อคำแถลงของสำนักบริหารกิจการนิสิตจุฬาฯ เมื่อ 21 กค. 64 &amp;nbsp;ที่แสดงความเสียใจและแจ้งว่าไม่ทราบต่อการที่ อบจ. จะนำเสนอคลิปดังกล่าว จะด้วยความชะล่าใจหรือด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ มันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่พึงเกิดขึ้น หากสำนักบริหารกิจการนิสิตประสานการทำงานอย่างใส่ใจใกล้ชิดกับ อบจ. จริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอขอบคุณสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สนจ.) ที่ทำจดหมาย ลงวันที่ 22 กค. 64 &amp;nbsp;ถึงอธิการบดีจุฬาฯ โดยบันทึกว่า &amp;ldquo;มหาวิทยาลัยมีการตรวจสอบกิจกรรมดังกล่าวหรือไม่ เหตุใดจึงปล่อยให้มีคลิปที่ไม่เหมาะสมออกมา ........ ซึ่งมีผลกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยและประชาคมจุฬาฯโดยรวม และขอให้ทบทวนแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันอีกในอนาคต&amp;rdquo; &amp;nbsp;นับเป็นการตั้งคำถามที่มีคุณค่ามากของ สนจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอตัดภาพไปที่การรับน้องใหม่ในจุฬาฯ เมื่อ 54 &amp;nbsp;ปีก่อน ที่เด็กยุคใหม่รุ่นนี้ยังไม่ทันปฏิสนธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เขียนเป็นนิสิตใหม่ของคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ในวันรับน้องใหม่ปี 2510 นั้น รุ่นน้องถูกรุ่นพี่สั่งให้ลอดซุ้ม ให้วิดพื้น ให้ยืนขาเดียว ให้ทำโน่นนี่และเอาแป้งผสมน้ำมาทาหน้าน้องๆ แล้วล้อเล่นกันไปมาอย่างสนุกสนาน &amp;nbsp;แต่สิ่งที่ผู้เขียนจำได้ฝังใจ คือคำพูดของรุ่นพี่ที่พูดแล้วให้น้องพูดตามว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;น้องเอย........ ณ ดินแดนถิ่นนี้ และ ณ บัดนี้ เจ้าจงอยู่ และเหยียบอย่างเต็มภาคภูมิ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่จะปกปักรักษาเจ้า &amp;nbsp;ประดุจดังดวงตา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นไมตรีจิตที่เสนาะใจยิ่งนักในความเป็นพี่น้อง &amp;nbsp;ผู้เขียนได้พบว่าเมตตาธรรมของพี่ที่ส่งมอบให้น้อง ทำให้รุ่นน้องผู้รับส่งทอดน้ำใจต่อไปยังน้องรุ่นต่อๆไป &amp;nbsp;ชาวรัฐศาสตร์จุฬาฯ จึงมีจิตใจผูกพันกันเหนือขึ้นไป &amp;nbsp;3 รุ่น และต่อเนื่องไปอีก 3 รุ่น ในระยะ 4 ปีที่ได้เรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นมิตรจิตมิตรใจของคน 7 รุ่นที่มีต่อกันและกัน จากวันนั้นจนถึงวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคก่อนและหลัง 14 &amp;nbsp;ตุลาคม &amp;nbsp;2516 นั้น ใครที่เป็นคนร่วมสมัย จะได้ยินบทกวีชื่อ &amp;ldquo;ดอกไม้จะบาน&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดอกไม้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดอกไม้จะบาน
บริสุทธิ์กล้าหาญ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะบานในใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีขาว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มสาวจะใฝ่
แน่วแน่แก้ไข &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดไฟศรัทธา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียนรู้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อสู้มายา
ก้าวไปข้างหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าหามวลชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีวิต &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทิศยอมตน
ฝ่าความสับสน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อผลประชา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดอกไม้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บานให้คุณค่า
จงบานช้าช้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ว่ายั่งยืน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นี่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่อื่นๆ
ดอกไม้สดชื่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยื่นให้มวลชน &amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิระนันท์ &amp;nbsp;พิตรปรีชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตีพิมพ์ใน ผลิ &amp;nbsp;หนังสือปฐมนิเทศนิสิตใหม่จุฬาฯ. &amp;nbsp;(2516)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นบทกวีที่สะท้อนการตื่นตัวของนิสิตนักศึกษาในยุคนั้น &amp;nbsp;เมื่อเกิดเหตุการณ์ &amp;nbsp;14 &amp;nbsp;ตุลาคม &amp;nbsp;2516 &amp;nbsp; ที่นักศึกษาประชาชนลุกขึ้นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย &amp;nbsp;วีรพจน์ &amp;nbsp;ลือประสิทธิสกุล &amp;nbsp;ซึ่งเป็นนักดนตรีชาววิศวะของวงดนตรี รุ่งอรุณ ของจุฬาฯ ในเวลานั้น นำบทกวีนี้ไปใส่ทำนอง &amp;nbsp;ต่อมา สุชาติ ชวางกูร นำไปร้อง &amp;nbsp;ทำให้เพลงนี้กระหึ่มกลายเป็นเสมือนเพลงรับน้องใหม่ของทุกมหาวิทยาลัยในเวลานั้น เป็นอารมณ์ร่วมที่ทำให้นิสิตนักศึกษายุคนั้นพากันร้องเพลงนี้กันติดปากทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดอกไม้ หมายถึง คนหนุ่มสาว คือพลังแห่งความศรัทธา บริสุทธิ์ กล้าหาญ เป็นตัวแทนจิตสำนึกแห่งความดีงาม ที่ก้าวเข้าหามวลชน ดังที่จิระนันท์ เรียงร้อยไว้อย่างสวยงาม และประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้แล้วว่า พลังของหนุ่มสาวในยุคนั้นได้ประกอบส่วน ผลักดันสังคมไทย &amp;nbsp;ให้ก้าวไปข้างหน้าในหลายมิติ เช่นคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน การเคลื่อนไหวของชาวนา สิทธิเสรีภาพทางการเมือง สิทธิสตรี การรักษาสิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะตามมาด้วยการรัฐประหารโหด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6 &amp;nbsp;ตุลาคม &amp;nbsp;2519 ก็ตาม &amp;nbsp;แต่สังคมไทยได้ถอดบทเรียนอันมีค่ายิ่ง ในทิศทางที่ตกผลึกได้ว่า สันติธรรมไม่อาจเกิดขึ้นได้จากกระบอกปืน เมตตาธรรมและมนุษยธรรมต่างหากที่ควรเป็นวิถี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
รับน้องใหม่ต่างยุคต่างสมัย เป็นความแตกต่างแบบตรงกันข้าม หากนับเนื่องว่าคลิปเป็นข่าววันนั้นเป็นตัวแทนของนิสิตนักศึกษายุคใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ยุคเก่าแสดงถึงมิตรจิตมิตรใจ &amp;nbsp;ขณะที่ยุคใหม่อัดแน่นไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ยุคเก่า มีวุฒิภาวะของความเป็นสุภาพชน &amp;nbsp;ยุคใหม่ มีความกักขฬะและมีโทสะเป็นเจ้าเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ยุคเก่า แสดงออกถึงความคารวะและกตัญญุตาธรรม ต่อครูบาอาจารย์และบรรพชน ขณะที่ยุคใหม่แสดงการเนรคุณอย่างเปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ยุคเก่า มองกว้างและมองไกลไปถึงพี่น้องประชาชนที่เสียเปรียบในสังคม &amp;nbsp;ยุคใหม่มองแคบ แค่ความต้องการเฉพาะหน้าของตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ยุคเก่าแสดงออกอย่างซื่อใสบริสุทธิ์ &amp;nbsp;แต่ยุคใหม่แฝงเร้นไว้ด้วยอนันตริยกรรมจินตนาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้เขียนอายุมากแล้ว &amp;nbsp;จะอยู่ได้อีกไม่นาน &amp;nbsp;ถึงอย่างไรก็จะขอหมดลมหายใจไปพร้อมกับจิตสำนึกของโลกยุคเก่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111318</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ประสาร  มฤคพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8ef9bcb223b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ประสาร มฤคพิทักษ์&#039;แต่งบทกลอน&#039;สมาทานสามัญ&#039;ร่วมอาลัย&#039;อ.ไกรศักดิ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มิ.ย.63 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความเป็นบทกลอนแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของ&amp;nbsp; อ.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวข้อ &amp;quot;สมาทานสามัญชน&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อเกิด ในตระกูล อันเลิศล้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นหลานปู่ ผู้นำ รัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกนายก-ท่านผู้หญิง พึงจดจาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กลับ สมาทาน สามัญชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยุติธรรม ที่ไหน ไปที่นั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชีวิตเป็น เดิมพัน ในทุกหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลมหายใจ เดียวกัน กับคนจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงค่าคน &amp;ldquo;ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ&amp;rdquo;
ด้วยคารวาลัย
ประสาร มฤคพิทักษ์
11 มิย.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68464</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, ประสาร  มฤคพิทักษ์, สมาทานสามัญชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfbf9a8ac34c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนอย่างจัง! บทกวีอดีตส.ว. &#039;ตามหาความจริง&#039; ใครเผาเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.63 - นายประสาร &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์ &amp;nbsp;อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์บทกลอนในเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามหาความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปตามหา ความจริง กันที่ไหน
มันอยู่ใน คลิพภาพ คลิพเสียงแล้ว
ทีละภาพ กระชับชัด ตลอดแนว
ทีละเสียง เรียงแถว เข้าตาราง
&amp;ldquo;เผาเลยครับ พี่น้อง ผมรับผิด...&amp;rdquo;
&amp;ldquo;น้ำมัน คนละลิตร อย่าให้ห่าง
ทำกรุงเทพฯ ทะเลเพลิง ทุกทิศทาง&amp;rdquo;
&amp;ldquo;ถ้าไปห้าง แบรนด์เนม กระเป๋าแพง&amp;rdquo;
&amp;ldquo;ชายชุดดำ เติมกำลัง แก้วทั้งสาม&amp;rdquo;
ใครอย่าหยาม อย่ามา ทำกำแหง
บุกอาเซียน ซัมมิท ฤทธิ์ร้อนแรง
เถื่อนถ่อย เถือกแสดง ไม่อายใคร
อยากตามหา ความจริง ใจต้องการ
แต่ภาพเสียง แจ้งประจาน เถียงไม่ได้
ถ้าหน้าทน อยากทำ ก็ทำไป
แล้วเตรียมใจ ไว้รอ บูมเมอแรง/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมปี2553, ตามหาความจริง, นปช., ประสาร  มฤคพิทักษ์, อดีตส.ว., เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200516/image_big_5ebf506d53e5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสาร&#039;ออกบทความด่วน&#039;รับขวัญ 5 แกนนำพันธมิตร คืนสู่อิสรภาพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;9 พ.ค.62 - นายประสาร &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตสมาชิกวุฒิสภ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;รับขวัญพันธมิตร คืนสู่อิสรภาพ&amp;quot; ผ่าน&amp;nbsp;www.thaipost.net&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พรฎ. กฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp; เป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ และเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งปวงทั้งผู้ที่ได้รับการลดโทษและได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในที่นี้ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 5 คน ประกอบด้วย&amp;nbsp; พลตรีจำลอง ศรีเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพิภพ ธงไชย&amp;nbsp; นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์&amp;nbsp; นายสมศักดิ์ โกศัยสุข&amp;nbsp; นายสุริยะใส กตะศิลา ที่ได้รับการปล่อยตัว ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล &amp;nbsp;ยังติดค้างคดีอื่นอยู่จึงเป็นบุคคลที่จะยังไม่ถูกปล่อยตัว&amp;nbsp; เป็นคดีที่ศาลฎีกาสั่งจำคุก 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญาในคดีบุกรุกสถานที่ราชการ และทำลายทรัพย์สินราชการเสียหาย ในปี 2551 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แกนนำพันธมิตรทั้ง 6 คน ( รวมทั้งนายสนธิ ลิ้มทองกุล ด้วย ) น้อมรับคำพิพากษาของศาลฎีกาอย่างไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้จะคาดหวัง การลงโทษและการรอลงอาญา แต่เมื่อศาลตัดสินเช่นนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้ง 6 คน ต้อนรับด้วยดุษณีภาพ เดินเข้าประตูเรือนจำอย่างสง่าผ่าเผย ไม่หนีคดี ไม่บิดพลิ้ว ไม่โวยวาย ไม่กล่าวโทษใครอื่น ไม่ทำแบบนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน ที่ปราศจากความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ต่อคนอื่นและต่อบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อหันไปทบทวนเหตุการณ์ การชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณ ที่เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2548 โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นโทรคมนาคมอันเป็นกิจการความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp; ทำให้กลุ่มเทมาเส็กของสิงคโปร์เข้ามาซื้อหุ้นชินคอร์ปทั้งหมดของตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์มูลค่า 73,000 ล้านบาท เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ฉกรรจ์กว่าเรื่องการไม่เสียภาษี ผนวกกับความฉ้อฉลในอีกหลายกรณี ทำให้เกิดการชุมนุมจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างทำเนียบรัฐบาลนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในเวลานั้น ข่าวและภาพปรากฏชัดว่ารัฐบาลตัวแทนของระบอบทักษิณ คือรัฐบาล สมัครสุนทรเวช ต่อเนื่องมาเป็นรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp; ได้เกิดการยิงระเบิดและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ที่ชุมนุม แทบไม่เว้นแต่ละวันโดยเจ้าหน้าที่ของทางการกระทำอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เพื่อรักษาชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชน ให้ปลอดภัยจากระเบิดและแก๊สน้ำตา จึงมีการเคลื่อนย้ายเวทีชุมนุมเข้าไปในบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยหันหน้าเวทีเข้าตึกไทยคู่ฟ้า&amp;nbsp; และหันหลังเวทีให้คลองผดุงกรุงเกษม ความคาดหวังคือ คิดว่าทำเนียบรัฐบาลมีรั้วรอบขอบชิด&amp;nbsp; มีคลองกั้นไว้ด้านหนึ่ง มีอาคารในทำเนียบที่เป็นปราการป้องกันแก๊สน้ำตาและระเบิดได้ การย้ายเวทีจึงเป็นการจัดการเพื่อความปลอดภัยของประชาชนสถานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นึกภาพดูว่าหากไม่มีการย้ายเวที ผู้คนที่มาชุมนุมอาจบาดเจ็บล้มตายมากกว่านั้นก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อนึ่ง ในคดีที่เกี่ยวโยงกัน คือ คดีปิดล้อมรัฐสภา ที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล&amp;nbsp; และแกนนำพันธมิตรฯ รวม 21 คน โจทก์ฟ้องจำเลยว่าใช้กำลังขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อ 4 &amp;nbsp;มีนาคม &amp;nbsp;2562&amp;nbsp; นี้เอง ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 21 คน โดยความตอนหนึ่ง ศาลระบุว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo; ศาลพิเคราะห์&amp;nbsp; พยานหลักฐานที่นำสืบของคู่ความทั้งสองแล้ว เห็นว่าการที่แกนนำปราศรัยให้ประชาชนมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) เป็นการปราศรัยให้ความรู้ต่อประชาชน ในการตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาลและกรณีที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค รวมถึงคดีที่ทำให้กัมพูชาได้ขึ้นทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก อีกทั้งการชุมนุมของจำเลยทั้ง 21 &amp;nbsp;เป็นการชุมนุมแสดงสัญลักษณ์&amp;nbsp; มีการปราศรัยที่สมเหตุผล ห้ามปรามไม่ให้ก่อความรุนแรง ถือเป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550&amp;nbsp; มาตรา 63&amp;nbsp; ได้รองรับไว้ และแม้จะมีการกีดขวางกระทบการจราจรไปบ้าง แต่ก็เป็นปกติของการชุมนุมแสดงออกตามสิทธิ การชุมนุมตั้งแต่ วันที่ 5-7 ต.ค. ไม่ปรากฏว่ามีความรุนแรงหรือมีผู้ใดฝ่าฝืนทำให้ทรัพย์สินเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนกรณีความวุ่นวายในการชุมนุมช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. 2551 ศาลระบุว่า เริ่มจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเปิดทางให้นายสมชาย เข้าไปแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยพลันด่วน ทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งไม่ทันตั้งตัวและได้รับบาดเจ็บความเสียหายไม่สามารถระงับอารมณ์ ขว้างปาขวดน้ำสิ่งของโต้ตอบ กรณีเป็นความวุ่นวายที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ ไม่ใช่ว่าการชุมนุมที่ผ่านมาของกลุ่มจำเลยก่อนหน้านั้นจะไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ ศาลยังระบุว่า อีกทั้งเหตุการณ์อื่นตามฟ้องของอัยการก็ไม่ปรากฏว่า มีแกนนำไปอยู่บริเวณที่เกิดเหตุที่จะเกี่ยวข้อง และเป็นผลต่อเนื่องจากการที่ผู้ชุมนุมถูกสลายการชุมนุมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. การกระทำของจำเลยทั้ง 21 จึงเป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญพิพากษายกฟ้อง &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คดีพันธมิตรฯ ทั้งสองคดีนี้ทำให้นึกถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้แก่&amp;nbsp; เนติบัณฑิตยสภาสมัยที่ 33 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2554 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีข้อความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำคัญว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งสำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรมไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแต่ขอบเขตของกฎหมาย&amp;nbsp; หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย......&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จึงขอต้อนรับและรับขวัญแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คน ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ด้วยความยินดียิ่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหาญกล้าทางจริยธรรมของแกนนำพันธมิตรฯ ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ตนเองเลย แต่เป็นการกระทำเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัยจากระบอบทักษิณอันฉ้อฉลโดยแท้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสาร &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35413</URL_LINK>
                <HASHTAG>5แกนนำพันธมิตร, คดียึดทำเนียบ, ประสาร  มฤคพิทักษ์, พระราชทานอภัยโทษ, แกนนำพธม., แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3cd02062e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายประชาธิปไตยคือฝ่ายไหน &#039;ประสาร&#039; ถลกประชาธิปไตยแบบแม้วๆ 7 ข้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.61 - นายประสาร &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์ &amp;nbsp;อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เผยแพร่ความเห็นเรื่อง &amp;nbsp; &amp;quot;ฝ่ายประชาธิปไตยคือฝ่ายไหน&amp;quot; &amp;nbsp;ระบุว่า&amp;quot;นายทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่หลบหนีอาญาแผ่นดินไปอยู่ต่างประเทศให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ &amp;ldquo; ฝ่ายประชาธิปไตยจะได้คะแนนเกิน 300 เสียง &amp;rdquo; ซึ่งนายภูมิธรรม &amp;nbsp;เวชยชัย &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ออกมาพูดในทำนองเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาคือ ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายประชาธิปไตยตามทัศนะของผู้พูด ผู้พูดเข้าใจคำว่าฝ่ายประชาธิปไตยคลาดเคลื่อนไปหรือเปล่า ลองพิจารณาคำถามต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย คือฝ่ายที่จัดให้มีการโกงการเลือกตั้ง แล้วศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองถึง 2 ครั้ง คือพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2550 ในคดีจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้งจนมีสมาชิก 111 คน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี อีกครั้งหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อ 2 ธันวาคม 2551 ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีทุจริตการเลือกตั้ง ทำให้ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต และได้มาซึ่งอำนาจการปกครองที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ เป็นผลให้สมาชิกพรรคการเมือง 3 พรรค จำนวน 109 คน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย คือฝ่ายที่กรรมการและสมาชิกพรรค ตกอยู่ในสถานะหญิงชายผู้เงียบงัน อันอาจเรียกได้ว่าเป็นคณะบุคคลที่เรียกได้ใช้ฟัง สุดแต่นายใหญ่จะชี้นิ้วไปทางไหน จะสั่งให้น้องเขยเป็นหัวหน้าพรรคก็ได้ จะสั่งให้น้องสาวที่ไม่ประสาทางการเมืองเอาเสียเลย มาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ จะให้ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ เป็นคนไหนก็ได้ แม้กระทั่งแนวทางนโยบายพรรคยังต้องขึ้นต่อบุคคลคนเดียว ดังคำขวัญอันลือลั่นที่ว่า &amp;quot;ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย คือฝ่ายเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เสียงข้างมากที่ฉ้อฉล ลักหลับตอนตีสี่กว่า ลงมติผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ที่รวมเอาคนทุจริต คนก่อความรุนแรงให้พ้นจากโทษทัณฑ์ &amp;nbsp;เป็นจารึกรอยด่างทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่คนไทยหลายล้านคนออกมาเดินถนนต่อต้านมากที่สุด อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย คือฝ่ายที่ออกนโยบายทำสงครามยาเสพติดด้วยการสั่งฆ่าตัดตอน มีผู้คน 2,600 คน เสียชีวิต จากการตรวจสอบพบว่า มีจำนวนเกินกว่าครึ่งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใดๆ นับเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติครั้งประวัติศาสตร์อีกยุคหนึ่ง ในช่วงปี 2545 - 2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย คือฝ่ายที่มีหลักฐานชี้ชัดว่าทุจริตในการจำนำข้าว ตามโครงการจำนำข้าวทุกเมล็ดเกวียนละ 15,000 บาท ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐมากกว่า 500,000 ล้านบาท ศาลอาญาคดีทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุกอดีตรัฐมนตรี 2 คน และจำคุกข้าราชการระดับสูง ในขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หลบหนีออกจากประเทศโดยช่องทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย คือฝ่ายที่นำกองกำลังของตนเองไปปิดล้อมการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่โรงแรมรอยัลคลิพบีชพัทยา เมื่อเดือนเมษายน 2552 มีการบุกรุก ทุบกระจกโรงแรม มีการคุกคามจนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน กับคู่เจรจาต้องล้มเลิก ผู้นำประเทศต่างๆ ต้องหลบหนีกันจ้าละหวั่น เป็นการประจานประเทศไทย ให้อัปยศไปทั่วทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย คือฝ่ายที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย แถมยังเผลอแกล้งทำถุงขนมมูลค่า 2 ล้านบาท ตกบริเวณศาล จนศาลสั่งจำคุกคนทำผิดไปแล้ว หากศาลตัดสินในทางเป็นคุณต่อตนเองก็แล้วไป แต่หากศาลตัดสินที่เป็นโทษต่อตนเองก็ไม่ยอมรับ ออกอาการว่าถูกกลั่นแกล้งรังแก เท่ากับว่าฝ่ายตนสามารถทำอะไรตามอำเภอใจ แม้ทำผิดก็ไม่ควรต้องรับโทษ แม้ถูกพิพากษาลงโทษก็หนีอาญาแผ่นดินได้ กลายเป็นฝ่ายที่อยู่เหนือผิดเหนือถูกในบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ที่พูดถึงฝ่ายประชาธิปไตย ควรตอบคำถามทั้ง 7 ข้อนี้ให้กระจ่าง เพื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้แยกผิดแยกถูกได้ เพื่อจะได้ใช้สิทธิเลือก ส.ส.อย่างมีวิจารณญาณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20451</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, ประสาร  มฤคพิทักษ์, ฝ่ายประชาธิปไตย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcd96fad22fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
